สถานการณ์การลงทุน และแนวทางการจัดการ ณ 19 มี.ค. 63

สำรองก่อน… ค่อยลงทุน
18/03/2020
ใช้วิกฤติ COVID-19 เป็นโอกาสทบทวนและจัดการความเสี่ยงส่วนบุคคล
04/04/2020


เรียนท่านลูกค้าที่เคารพ

สืบเนื่องจากที่ทาง Avenger Planner ได้เผยแพร่ สถานการณ์การลงทุน และแนวทางการจัดการ ไปเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 63

ซึ่งในบทความดังกล่าวมีสาระสำคัญคือ สถานการณ์การลงทุน ณ ขณะนั้น กำลังมีพัฒนาการไปในทิศทางที่ “ควรเพิ่มความระมัดระวัง” ในการลงทุนมากยิ่งขึ้น และได้มีการให้คำแนะนำเพื่อใช้ในการปรับพอร์ตการลงทุนไปนั้น

บัดนี้ผ่านมาประมาณ 1 เดือนนับจากการให้คำแนะนำครั้งก่อนหน้า เราพบว่าสถานการณ์ดำเนินไปในทิศทางที่แย่ลง จึงขออนุญาตอัพเดทสถานการณ์ และแนะนำแนวทางในการจัดการเพิ่มเติม ดังรายละเอียดต่อไปนี้


1. พัฒนาการของเหตุการณ์ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา

ใน 1 เดือนที่ผ่านมานั้นสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีสาระสำคัญคือ

  • สถานการณ์ในจีน ซึ่งเป็นประเทศแรกที่มีการระบาดอย่างรุนแรง สามารถควบคุมได้ โดยอาศัยมาตรฐานที่เข้มงวดจากภาครัฐ และความร่วมมือที่ดีจากประชาชน จน ณ ปัจจุบัน แทบไม่ปรากฎเคสใหม่ที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อในประเทศจีนแล้ว
  • สถานการณ์ในประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งในช่วงแรกมีการระบาดอย่างหนักเป็นลำดับต่อจากจีนนั้น แม้จำนวนเคสที่ตรวจพบใหม่จะยังมีอยู่ จากการโหมตรวจอย่างหนัก แต่ก็ถือว่าสามารถควบคุมได้ในระดับที่ดีแล้ว
  • สถานการณ์ที่ยังน่าเป็นห่วง คือประเทศในทวีปยุโรป โดยเฉพาะ อิตาลี สเปน เยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษ ซึ่งยังตรวจพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในหลักหลายพันคนต่อวัน จนมีความเสี่ยงที่ระบบสาธารณะสุขของแต่ละประเทศอาจจะไม่สามารถรับมือไหว ทำให้อัตราการเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยที่พบในจีน และประเทศอื่นๆ
  • สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อ COVID-19 ช้ากว่าประเทศอื่น แต่ปัจจุบันจำนวนผู้ติดเชื้อได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และมีโอกาสที่จะแย่ลงในอัตราเร่ง แซงหน้ากลุ่มประเทศในทวีปยุโรปได้ในระยะเวลาไม่นาน
  • สำหรับไทยนั้น แม้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าการติดเชื้อเข้าสู่ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะที่มีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนภายในประเทศ โดยไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้ แต่ก็เริ่มมีเคสที่มีลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นบ้างแล้ว และภาครัฐก็ได้เตรียมตัวที่จะเข้าสู่ระยะที่ 3 ในเวลาอันใกล้ ซึ่งจะต้องใช้กำลังของบุคคลากรด้านสาธารณะสุขเพิ่มขึ้นอย่างมาก และต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชน ในการป้องกันและควบคุมการติดเชื้ออย่างเข้มงวดมากกว่าปัจจุบัน
  • ขณะเดียวกัน มีบริษัทยาและนักวิจัยจำนวนมาก ที่อยู่ในระหว่างการคิดค้น และทดสอบวัคซีนเพื่อใช้ป้องกัน โดยมีบางบริษัทได้เริ่มทำการทดลองกับมนุษย์แล้ว แต่กระบวนการดังกล่าวยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน จึงจะได้วัคซีนที่มีความปลอดภัยที่สามารถนำมาใช้กับผู้คนในวงกว้างได้

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบในทางลบไปถึงความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วโลก และกระทบอย่างหนักกับการดำเนินธุรกิจในแทบทุกอุตสาหกรรม ทั้งในรูปของ

  • ยอดขายที่ลดลง
  • การต้องเลิกจ้างหรือพักการจ้างงาน
  • และอาจมีความเสี่ยงที่ไม่สามารถชำระดอกเบี้ยจากภาระหนี้ของกิจการได้ จนต้องมีการผิดนัดชำระหนี้ หรือเลิกกิจการ

โดยภาครัฐและธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก ได้พยายามใช้นโยบายต่างๆ เท่าที่มีในการเข้าบรรเทาความรุนแรงของเหตุการณ์นี้ ทั้งการลดดอกเบี้ยนโนบายลงอย่างฉุกเฉิน การเพิ่มสภาพคล่องให้กับธนาคารพาณิชย์ด้วยวิธีการต่างๆ และการเข้าซื้อสินทรัพย์ทางการเงิน (QE) เหมือนที่เคยทำมาในอดีตช่วงหลังวิกฤติ Hamburger ในปี 2008

แต่อย่างไรก็ตาม นโยบายต่างๆ เหล่านั้น ไม่ได้รับการตอบสนองที่ดีจากตลาด เนื่องจากยังมิใช่การแก้ไขที่สาเหตุ ซึ่งคือการระบาดของเชื้อไวรัส

ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ผลตอบแทนของสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ ปรับตัวลงอย่างหนัก โดยมีผลขาดทุน ณ 18 มี.ค. 63 ดังนี้

  • หุ้นไทย -33.0%
  • หุ้นจีน -13.3%
  • หุ้นเอเชีย -25.7%
  • หุ้นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา -31.2%
  • หุ้นสหรัฐฯ -25.8%
  • หุ้นยุโรป – 36.3%
  • หุ้นญี่ปุ่น -30.7%
  • หุ้นกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว -28.4%
  • กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทย -20.7%
  • ทองคำ -3.4%

ซึ่งเรามองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงต่อไป และกว่าที่วัคซีนที่ใช้ในการป้องกันจะพัฒนาจนสามารถใช้งานได้จริง อาจกินเวลาอีกหลายเดือน

โดยจะส่งผลให้ธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบที่ยืดเยื้อยาวนาน จนกระทบให้ผลตอบแทนของสินทรัพย์ต่างๆ สามารถปรับลงได้อีก เนื่องจากมีความไม่แน่นอนสูงเกินไป

จึงขอปรับคำแนะนำเพิ่มเติม จากที่เคยให้ไว้เมื่อ 18 ก.พ. 63 เพื่อให้ท่านลูกค้า สามารถใช้ปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้


2. คำแนะนำในภาพรวม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

สำหรับคำแนะนำในภาพรวมนั้น จะยังคงแบ่งลูกค้าออกเป็น 2 กลุ่มเช่นเดิม โดยมีสาระสำคัญดังนี้

2.1 คำแนะนำสำหรับลูกค้าที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุน 

ซึ่งปัจจุบันพอร์ตยังมีมูลค่าไม่สูงมาก มีระยะเวลาลงทุนยาว และ มีเงินลงทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เรายัง คงคำแนะนำไว้ตามเดิม ดังที่ได้ให้ไว้เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 63 นั่นคือให้ลูกค้า รักษาวินัยการลงทุนให้ต่อเนื่อง” ตามแผนที่ได้วางไว้ร่วมกับ Planner

โดยเหตุผลสำคัญของการคงคำแนะนำไว้ตามเดิม คือ ด้วยระยะเวลาการลงทุนที่ยาว และการมีแผนทยอยลงทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่องด้วยวิธี DCA จะช่วยให้ท่านลูกค้าในกลุ่มนี้ มีโอกาสได้ลงทุนสะสมสินทรัพย์ในช่วงที่ราคาสินทรัพย์ปรับตัวลงมาต่ำกว่าปกติมาก และจะได้ประโยชน์เมื่อราคาสินทรัพย์ฟื้นตัวเมื่อวิกฤติคลี่คลาย

ซึ่งจากตารางสถิติผลตอบแทนและระยะเวลาเฉลี่ยของตลาดขาลง (Bear Markets) และ ตลาดขาขึ้น (Bull Markets) ด้านล่างนี้

ที่มา : Guide to the Market – US Edition ฉบับ 1Q2020 โดย JP Morgan Asset Management

จะพบว่า

  • ตลาดขาลงโดยเฉลี่ยให้ผลตอบแทน -42% และกินเวลาเฉลี่ย 22 เดือน
  • ตลาดขาขึ้นโดยเฉลี่ยให้ผลตอบแทน 164% และกินเวลาเฉลี่ย 54 เดือน

โดยหากประเมินว่าวิกฤติจาก COVID-19 ในครั้งนี้ จะสามารถคลี่คลายไปได้ เหมือนเช่นวิกฤติที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในอดีตที่ผ่านมา ผู้ลงทุนที่สามารถรักษาวินัยสะสมเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่ปรับตัวลงในช่วงนี้ได้ น่าจะได้รับผลตอบแทนที่ดีเมื่อตลาดกลับเข้าสู่ขาขึ้นในอนาคตข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม หากสังเกตจากระยะเวลาเฉลี่ย 22 เดือน จากสถิติของตลาดขาลงในตารางข้างต้นนั้น วิกฤติจาก COVID-19 ที่เกิดกับตลาดหุ้น ณ ปัจจุบันเพิ่งจะเข้าสู่เดือนที่ 3 เท่านั้น  ดังนั้นการฟื้นตัวกลับเข้าสู่ตลาดขาขึ้นอาจไม่เกิดขึ้นเร็วนัก

หมายเหตุ การต้องรักษาวินัย และทยอยลงทุนเพิ่มแบบ DCA อย่างต่อเนื่อง ในสถานการณ์เช่นนี้ อาจทำได้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากปัจจัยด้านจิตวิทยาที่เข้ามาเกี่ยวข้อง กรณีที่ท่านลูกค้าท่านใด ไม่สามารถรับกับความผันผวนที่เกิดขึ้นได้ไหว จนเกิดความเครียดหรือความไม่สบายใจอย่างมาก ท่านอาจพูดคุยกับ Planner ของท่าน เพื่อปรับแผนในการสะสมเงินลงทุนใหม่ ไว้ในช่องทางที่ท่านมีความสบายใจมากกว่าก่อน แล้วจึงค่อยทยอยนำเข้ามาลงทุนตาม Asset Allocation เดิม เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงในอนาคต ซึ่งทาง Avenger Planner จะได้ให้คำแนะนำต่อไป

แต่สำหรับลูกค้าท่านใด ที่มีความเข้าใจ และสามารถรับความผันผวนได้ เรายังคงแนะนำให้ลงทุนต่อไปตามแผนการลงทุนเดิมทุกประการนะครับ ทั้งนี้ผมอยากรบกวนให้ท่านอ่าน คำแนะนำที่ได้ให้ไว้ ณ วันที่ 18 ก.พ. 63 อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากในบทความดังกล่าว จะมีรายละเอียดและเหตุผลสนับสนุน ว่าทำไมเราจึงแนะนำให้รักษาวินัยเอาไว้ครับ


2.2 คำแนะนำสำหรับลูกค้าที่ลงทุนมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว

โดยสำหรับลูกค้าในกลุ่มที่ 2 ซึ่งหมายถึงลูกค้าที่ปัจจุบันพอร์ตเริ่มมีมูลค่าสูง ระยะเวลาลงทุนสั้นลงกว่าลูกค้ากลุ่มแรก และเงินลงทุนใหม่มีจำกัด หรือมีมูลค่าไม่มาก เมื่อเทียบกับขนาดพอร์ตปัจจุบัน

ซึ่งในครั้งก่อนหน้า เราได้แนะนำให้ “ลดความเสี่ยงพอร์ต” ด้วยการปรับลดหุ้นลงจากแผนระยะยาว หรือ Strategic Asset Allocation (SAA) ในสัดส่วน 1 ใน 3 ไปแล้วนั้น

ด้วยสถานการณ์ที่พัฒนาไปในทิศทางที่แย่ลง เราจึงขอแนะนำให้ลดสัดส่วนของหุ้นในพอร์ตลงอีกขั้นหนึ่ง โดยแนะนำให้ลดสัดส่วนของหุ้นในทุกภูมิภาคลงครึ่งหนึ่ง จากสัดส่วนในแผนระยะยาว (SAA) เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตให้น้อยลงกว่าเดิม หากหุ้นมีการปรับลงต่อ

ทั้งนี้ หากสถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายลงตามที่คาดการณ์ การที่ยังคงมีสัดส่วนของหุ้นเหลือในพอร์ตอยู่อีกครึ่งหนึ่ง จะช่วยให้ท่านได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของหุ้นได้บ้าง หากการฟื้นตัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้เช่นกัน 

ทั้งนี้ท่านสามารถติดต่อ Planner ของท่าน เพื่อขอรับคำแนะนำในการปรับสัดส่วนหุ้นในพอร์ตลงอย่างเฉพาะเจาะจงได้ต่อไปนะครับ

โดยหลังจากการปรับลดความเสี่ยงลงแล้ว หากในอนาคต เราเห็นว่าเหตุการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น จนมีความเหมาะสมที่จะปรับน้ำหนักสินทรัพย์ให้กลับเข้าสู่แผนระยะยาว Avenger Planner จะได้มีการอัพเดทสถานการณ์ และให้คำแนะนำเพิ่มเติมต่อไปครับ


บทสรุป

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น จากการระบาดของ COVID-19 ในครั้งนี้นั้น ถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง และส่งผลกระทบกับผู้คนในทุกๆ ระดับ ทุกๆ ประเทศ และกระทบการลงทุนในทุกๆ สินทรัพย์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

การรับมือกับสถานการณ์นี้ จะมีความยากลำบากมาก กับท่านลูกค้าทุกท่าน โดยเฉพาะสภาพจิตใจที่จะได้รับผลกระทบอย่างสูง เพราะนอกจากผลกระทบที่เกิดกับพอร์ตการลงทุนแล้วนั้น ก็ยังมีผลกระทบที่เกิดกับการดำรงชีวิตประจำวันด้วย

ในส่วนของการจัดการการเงินนั้น พวกเราทีมนักวางแผนการเงิน Avenger Planner แม้จะไม่สามารถช่วยให้พอร์ตของท่านพลิกฟื้นขึ้นมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่เราก็จะพยายามให้คำปรึกษา และให้คำแนะนำแก่ท่านอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ท่านสามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ และได้รับประโยชน์เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง

ในส่วนของการจัดการชีวิต และการป้องกันความเสี่ยงจากการระบาดของโรคในครั้งนี้นั้น เราขอให้ท่านให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ เช่น การเพิ่มระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) การใส่หน้ากากอนามัย การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกอุ่นร้อน การล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งที่สัมผัสกับสิ่งที่มีความเสี่ยง และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณผิวหน้า หู ตา และจมูก เพื่อลดโอกาสการได้รับเชื้อให้มากที่สุด

พวกเราหวังว่า ท่านลูกค้าทุกท่าน จะสามารถผ่านเหตุการณ์ที่ไม่ปกตินี้ไปได้ด้วยดี และหากท่านต้องการคำปรึกษาใดๆ โปรดอย่าได้เกรงใจที่จะติดต่อกับ Planner ของท่านนะครับ

ในสถานการณ์เช่นนี้พวกเราต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า หากไม่สามารถตอบกลับคำถาม หรือตอบรับการติดต่อจากทุกท่านได้อย่างทันทีทันใด แต่พวกเราจะพยายามติดต่อกลับให้เร็วที่สุดนะครับ

ขอบคุณครับ
ศักดา สรรพปัญญาวงศ์ CFP®
ผู้ร่วมก่อตั้ง Avenger Planner
ในนามตัวแทนนักวางแผนการเงินในทีมทุกคน


คำเตือน

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน โดยสามารถขอข้อมูลและคำปรึกษาจากผู้แนะนำ/ผู้วางแผนการลงทุนของท่านก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • คำแนะนำที่ปรากฎในบทความนี้ทั้งหมด มิใช่คำแนะนำแบบเฉพาะเจาะจงถึงผู้ลงทุนรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ โปรดใช้ดุลยพินิจในการศึกษาข้อมูล

 



ศักดา สรรพปัญญาวงศ์ CFP®
ศักดา สรรพปัญญาวงศ์ CFP®
เจ้าของเว็บไซต์ A-Academy และผู้ร่วมก่อตั้งทีม Avenger Planner ผู้มีความฝันที่จะสร้าง "บริการวางแผนการเงิน" ที่ดี มีมาตรฐาน และคนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *