
รายได้หลายทาง : บริหารเวลาและการเงินให้ปัง ไม่พังเพราะความวุ่นวาย
09/06/2025
คนรักสัตว์จัดการเงินอย่างไร ? ให้เลี้ยงน้องได้และการเงินดีด้วย
24/06/2025
ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ : 23 มิถุนายน 2568
การซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่และมีผลกระทบต่อการเงินในระยะยาว หลายคนอาจมองว่าการซื้อบ้านควรสนใจแค่ความต้องการของผู้ซื้อเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงสถานการณ์ของเราอาจเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต เช่น ต้องย้ายที่ทำงาน ขยายครอบครัว หรือเปลี่ยนแผนชีวิต
หากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นและต้องการขายบ้าน การวางแผนล่วงหน้าตั้งแต่ตอนซื้อ จะช่วยให้การขายเป็นไปอย่างราบรื่น ได้ราคาดี และลดความเสี่ยงขาดทุนได้
หลักการสำคัญ คือต้องเผื่อถึงความต้องการของผู้ซื้อในอนาคตด้วย บ้านที่ขายง่ายคือบ้านที่มีคุณสมบัติที่คนส่วนใหญ่ต้องการ ดังนั้น การเลือกบ้านต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อมูลค่าและความสามารถในการขายต่อ
เรามาดูประเด็นที่ต้องพิจารณากันครับ
1. เลือกทำเลที่ดี
ทำเลเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดมูลค่าของบ้าน บ้านที่อยู่ในทำเลที่ดีจะขายได้ง่ายและราคาสูงกว่าบ้านที่อยู่ในทำเลด้อยกว่า
- ควรเลือกทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้ถนนใหญ่ ทางด่วน หรือรถไฟฟ้า
- ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด ร้านค้า และสวนสาธารณะ
- อยู่ในย่านที่มีแนวโน้มพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น มีโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคใหม่ ๆ หรือเป็นพื้นที่ที่กำลังเติบโต
- ความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ควรเป็นย่านที่ไม่ค่อยมีอาชญากรรม หรือใกล้แหล่งเสื่อมโทรม
ตัวอย่าง 1: บ้านในทำเลทอง สมมุติว่าเป็นบ้านเดี่ยวในซอยสุขุมวิท 64
- เดินทางสะดวก: อยู่ห่างจาก BTS ปุณณวิถีเพียง 500 เมตร ขึ้นทางด่วนก็ง่าย
- สิ่งอำนวยความสะดวก: ใกล้ห้างเซ็นทรัลบางนา โรงพยาบาลสุขุมวิท โรงเรียนบางกอกพัฒนา และตลาดอุดมสุข
- แนวโน้มพัฒนา: มีโครงการคอนโดใหม่ ๆ กำลังขึ้นหลายแห่ง และมีโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่กำลังวางแผนเชื่อมต่อ
- ความปลอดภัย: เป็นหมู่บ้านปิดมีประตูกั้น (gated community) รปภ. รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
บ้านแบบนี้โอกาสขายต่อได้ง่าย มีโอกาสราคาขึ้น และเป็นที่ต้องการของทั้งคนอยู่อาศัยและนักลงทุน
ตัวอย่าง 2: บ้านในทำเลด้อยกว่า สมมุติว่าเป็นทาวน์เฮ้าส์ชานเมือง ห่างจากถนนใหญ่เกิน 5 กม.
- เดินทางลำบาก: ต้องขับรถเข้าซอยลึก ไม่มีขนส่งสาธารณะผ่าน
- สิ่งอำนวยความสะดวก: ต้องขับรถ 20 นาทีถึงห้าง ไม่มีโรงเรียนดี ๆ ใกล้บ้าน
- แนวโน้มพัฒนา: ไม่มีโครงการใหม่ ๆ หรือการขยายโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่
- ความปลอดภัย: ไฟถนนไม่เพียงพอ เคยมีข่าวอาชญากรรมในพื้นที่
บ้านแบบนี้ ราคาถูกกว่า แต่ขายต่อยาก และราคามีแนวโน้มไม่ขึ้นมากนัก
2. เลือกโครงการที่มีคุณภาพและภาพลักษณ์ดี
โครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมแต่ละโครงการมีคุณภาพและความน่าสนใจแตกต่างกัน
- ควรเลือกโครงการจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียง มีประวัติการพัฒนาโครงการที่ดี บ้านสร้างเสร็จตรงเวลา งานก่อสร้างดี บริการหลังการขายก็มักจะดีด้วย
- ดูรีวิวจากลูกบ้าน เกี่ยวกับคุณภาพการก่อสร้าง การบริหารจัดการ และบริการหลังการขาย เพื่อให้อุ่นใจและมั่นใจก่อนการตัดสินใจ
โครงการที่มีภาพลักษณ์ดีและการดูแลที่เป็นระบบมักจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และขายต่อได้ง่ายกว่า
3. เลือกแบบบ้านที่ตอบโจทย์ตลาดกว้าง
แบบบ้านมีผลต่อความต้องการของตลาด บ้านที่มีขนาดเหมาะสมและฟังก์ชันที่ยืดหยุ่นมักได้รับความสนใจมากกว่า
- บ้านที่มี 2-3 ห้องนอนเหมาะกับทั้งครอบครัวขนาดเล็กและขนาดกลาง จึงขายได้ง่ายกว่าบ้านที่มีขนาดใหญ่เกินไป ในรูปแบบของสังคมยุคใหม่
- การออกแบบที่เรียบง่ายแต่ทันสมัย สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยใหม่
- มีพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว เช่น มีพื้นที่เก็บของที่เพียงพอ ห้องน้ำที่ใช้งานสะดวก และห้องนั่งเล่นที่โปร่งโล่ง และสามารถปรับการใช้สอยได้อย่างสะดวก
4. ไม่ต่อเติมหรือตกแต่งจนปรับแก้ยาก
หลายคนซื้อบ้านไปแล้วมักต่อเติมหรือปรับปรุงตกแต่งเพื่อให้ตรงกับความต้องการของตนเอง แต่หากการต่อเติมมากเกินไปอาจทำให้บ้านขายยากขึ้น
- หลีกเลี่ยงการต่อเติมที่ผิดกฎหมายหรือขัดกับข้อบังคับของโครงการ เช่น การขยายพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
- การตกแต่งภายในควรอยู่ในสไตล์ที่เป็นกลาง ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป เพราะอาจไม่ตรงกับรสนิยมของผู้ซื้อรายใหม่
- เลือกวัสดุและดีไซน์ที่มีคุณภาพและเป็นที่นิยมทั่วไป เพื่อให้บ้านดูดีและดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อ
ตัวอย่าง 3: ต่อเติมผิดกฎหมาย ทำให้ขายไม่ได้ คุณบีต่อเติมครัวหลังบ้านโดยต่อออกไปเกินแนวเขตที่ดิน และไม่ได้ขออนุญาตจากนิติบุคคล บ้านแบบนี้ ผู้ซื้อต่อกู้แบงก์ไม่ผ่าน เพราะบ้านไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ขายไม่ออก
ตัวอย่าง 4: ตกแต่งฉูดฉาดเกินไป คุณโจแต่งบ้านสไตล์หลุยส์ ใช้สีทองทั้งหลังและบิวท์อินลายจัดจ้าน บ้านแบบนี้ ผู้ซื้อต่อส่วนใหญ่มองว่า “เกินไป” และไม่อยากเสียเงินรีโนเวทใหม่
ตัวอย่าง 5: รีโนเวทอย่างมีรสนิยม คุณแอนรีโนเวทบ้านด้วยโทนสีขาว-เทา ใช้วัสดุมาตรฐานและดีไซน์โมเดิร์นเรียบง่าย บ้านแบบนี้จะดูใหม่ ดึงดูดใจคนส่วนใหญ่ ขายได้ไวและได้ราคาดี
5. วางแผนเรื่องราคาซื้อให้ดี
ราคาที่ซื้อมามีผลโดยตรงต่อการขายในอนาคต หากซื้อแพงเกินไป แม้จะถือไว้นานก็อาจขายขาดทุนได้
- ควรเปรียบเทียบราคา กับบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสองในทำเลเดียวกันก่อนตัดสินใจ
- คำนวณต้นทุนทั้งหมด เช่น ค่าผ่อนบ้าน ดอกเบี้ย ค่าบำรุงรักษา และภาษีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
- เลือกซื้อในช่วงที่ตลาดอยู่ในภาวะที่เหมาะสม เช่น ช่วงที่มีมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนหรือดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านต่ำ
ตัวอย่าง 6: คุณเอกซื้อบ้านช่วงราคาพีค ไม่ได้วางแผนรอบด้าน
คุณเอกซื้อบ้านเดี่ยวหลังหนึ่งในปีที่ราคาบ้านกำลังพุ่งสูงสุด ราคาซื้ออยู่ที่ 7 ล้านบาท โดยไม่ได้เปรียบเทียบกับบ้านมือสองในละแวกเดียวกัน ซึ่งมีราคาประมาณ 5.5–6 ล้านบาท เท่านั้น
ผลคือต้องผ่อนเดือนละเกือบ 40,000 บาท อีก 5 ปีต่อมา เมื่อต้องการขาย พบว่าราคาตลาดตกลง และผู้ซื้อเสนอเพียง 6 ล้านบาท เท่านั้น ทำให้ขาดทุนจากราคาขาย และยังต้องแบกรับต้นทุนดอกเบี้ยและค่าบำรุงรักษาที่จ่ายไปแล้ว
ตัวอย่าง 7: คุณแนนรอจังหวะดี แล้วซื้อบ้านในราคาคุ้มค่า
คุณแนนเล็งบ้านทาวน์โฮมย่านรังสิต ราคาโครงการเปิดใหม่อยู่ที่ 2.8 ล้านบาท แต่รอช่วงที่รัฐบาลมีมาตรการ ลดค่าธรรมเนียมโอน 1% และ ดอกเบี้ยบ้านต่ำ จึงตัดสินใจซื้อ
โดยเปรียบเทียบกับบ้านมือสองแถวเดียวกันแล้วราคาพอ ๆ กัน ได้อัตราผ่อนต่ำและค่าใช้จ่ายรวมไม่เกินงบ และอีก 4 ปี ราคาตลาดขึ้นเป็น 3.1 ล้านบาท เพราะมีรถไฟฟ้าผ่านย่านนี้ ทำให้ขายต่อได้กำไร และไม่ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยสูง
6. ดูแลบ้านให้อยู่ในสภาพดี
บ้านที่ดูแลอย่างดีจะขายได้ง่ายกว่าและได้ราคาดีกว่า
- ซ่อมแซมส่วนที่เสียหายอย่างสม่ำเสมอ เช่น หลังคารั่ว สีลอก หรือพื้นชำรุด หากปล่อยทิ้งไว้บ้านจะทรุดโทรมเร็วกว่าเดิม
- ทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ และรักษาภูมิทัศน์รอบบ้านให้น่ามอง
- ตรวจสอบระบบไฟฟ้า-ประปาให้อยู่ในสภาพดี
บทสรุป
แม้ไม่ได้ซื้อบ้านเพื่อเก็งกำไร แต่การวางแผนล่วงหน้า หากมีความจำเป็นที่ต้องขาย จะช่วยให้ขายได้ง่ายและได้ราคาดี
การเลือกทำเลและโครงการที่มีศักยภาพ เลือกแบบบ้านที่ตรงกับความต้องการของตลาด ดูแลบ้านให้อยู่ในสภาพดี และซื้อมาในราคาที่เหมาะสม จะช่วยให้การขายเป็นไปอย่างราบรื่นและอาจทำกำไรได้
ซึ่งการคิดเผื่ออนาคตแบบนี้นั้น เป็นสิ่งที่พวกเรานักวางแผนการเงิน บลป. Avenger Planner ให้ความสำคัญ และพร้อมเป็นเพื่อนคู่คิด ช่วยคำนวณวางแผน โดยเฉพาะเรื่องตัวเลขการเงินต่างๆ ให้กับท่านได้นะครับ เพราะแผนการซื้อบ้าน หรือกระทั่งขายบ้านนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของ "แผนการเงินแบบองค์รวม" ซึ่งเป็นบริการหลักของพวกเราครับ
เปลี่ยนความรู้การเงิน เป็นความสำเร็จที่จับต้องได้
ให้พวกเราเป็นนักวางแผนการเงินประจำตัว
ช่วยวิเคราะห์และแนะนำคุณอย่างรอบด้าน เพื่อทุกการตัดสินใจที่ถูกต้อง




