
จัดสรรพื้นที่เล็กๆ ทางการเงินและเวลา ให้กับตัวเอง “อย่างตั้งใจ”
10/08/2026
ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ : 13 สิงหาคม 2569
อุบัติเหตุทางการเงินเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และดูจะเกิดถี่ขึ้นในยุคสมัยนี้
ลองนึกภาพวันที่ได้รับแจ้งกะทันหันว่าต้องออกจากงาน หรือเกิดเหตุที่ทำให้ขาดรายได้ไปดื้อๆ
คำถามแรกที่ควรถามตัวเองคือ "ตอนนี้เรามีเวลาอยู่ได้อีกกี่เดือน"
Runway เพื่อปรับตัวของเรา ยาวแค่ไหน ?
ผมมักจะเรียกระยะเวลา ที่เรามีเพื่อให้ปรับตัวจนมีรายได้ใหม่ว่า "Runway" ครับ
มันคือระยะเวลาที่เราจะยังอยู่รอดได้ โดยยังไม่เกิดปัญหารุนแรงทางการเงิน เช่น ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน มาใช้เลี้ยงชีพ ซึ่งมักจะนำไปสู่ปัญหาที่หนักกว่าเดิม
สูตรคำนวณ Runway นี้ก็ไม่ซับซ้อนครับ
นี่คือตัวเลขที่ควรรู้ทันทีที่เกิดเรื่อง ก่อนจะไปคิดเรื่องอื่นต่อ เพราะมันคือกรอบเวลาที่จะบอกว่าเรามีพื้นที่หายใจอยู่แค่ไหน
ซึ่งผมอยากชวนทุกท่านที่วันนี้ยังไม่เกิดเรื่องอะไร ให้ลองคำนวณ Runway ของตัวเองไว้ล่วงหน้าเลยครับ มันเหมือนผลตรวจสุขภาพที่เรารู้ไว้เพื่อความอุ่นใจ นั่นเอง
รวบรวมทรัพยากร : ทั้งที่เห็นชัด และที่มักถูกลืม
หลายคนคำนวณ "เงินที่มี" จากแค่เงินสด และตัวเลขที่เห็นชัดในบัญชีเงินฝากต่างๆ เท่านั้น ทำให้ Runway ที่คำนวณได้ต่ำกว่าที่สามารถอยู่รอดจริงๆ ไปมาก
ผมจึงอยากให้ลอง แบ่งทรัพยากรออกเป็น 3 กลุ่ม ตามตัวอย่างด้านล่างนี้ครับ
| เงินสด | 5,000 |
| บัญชีออมทรัพย์ | 50,000 |
| เงินชดเชยบริษัท | 200,000 |
| เงินชดเชยประกันสังคม | 45,000 |
| แหวนหมั้น | 20,000 |
| เครื่องดนตรี | 10,000 |
| PVD ที่คงเงินไว้ | 200,000 |
| มูลค่าเงินสดกรมธรรม์ | 100,000 |
เงินชดเชยตามกฎหมาย/สัญญา — สิทธิ์ที่ควรได้รับเมื่อถูกเลิกจ้าง ข้อนี้อย่าลืมนับมารวมด้วยนะครับ โดยควรใช้ยอดสุทธิหลังจากหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว เพื่อจะได้ยอดเงินที่เราสามารถนำมาใช้ได้จริง ซึ่งฝ่ายบุคคลมักจะมีการคำนวณยอดเหล่านี้ให้แล้ว ถ้าไม่รู้ต้องสอบถามและรักษาสิทธิ์ที่พึงมีด้วยนะครับ
สิทธิประกันสังคมกรณีว่างงาน — เป็นสิทธิ์ที่หลายคนไม่รู้ว่ามีอยู่ และเราต้องไปทำเรื่องใช้สิทธิ์จึงจะได้รับเงินชดเชย ซึ่งแม้จะเป็นเงินไม่มาก แต่ช่วยซื้อเวลาได้พอสมควร ยิ่งปี 2569 ที่ผ่านมา สิทธิ์นี้เพิ่งได้รับการอัพเกรดให้ดีขึ้น คลิกอ่านรายละเอียด ได้เลยครับ
เงินกองทุนสำรองเลียงชีพ (Provident Fund : PVD) — เงินก้อนนี้มักถูกมองว่าเป็นเงินเกษียณเท่านั้น แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน มันคือทรัพยากรที่มีอยู่จริง เรานับมารวมก่อน ไม่ได้แปลว่าต้องใช้ทันทีนะครับ หลายกรณีเราก็ได้งานใหม่ ก่อนที่จะต้องใช้เงินก้อนนี้ครับ
ทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่าแต่ปกติไม่ตั้งใจใช้ — เช่น มูลค่าเงินสดของกรมธรรม์ประกันชีวิต ที่สามารถใช้สิทธิ์กู้ออกมาใช้จ่ายได้ชั่วคราวด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำ (แถมยังไม่มีค่างวดขั้นต่ำบังคับให้จ่ายคืนด้วย) หรือ ของมีค่าที่อาจนำมาใช้ต่อชีวิตได้ ถ้าจำเป็นจริงๆ ซึ่งแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน บางอย่างมีค่าทางใจ ถ้าไม่จำเป็นเราคงไม่ขายครับ
สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำไว้คือ การคำนวณรวมทรัพยากรเหล่านี้เข้าไป ไม่ได้แปลว่าต้องรีบใช้มันทันที แค่รู้ไว้ว่ามีตัวช่วยสำรองอยู่ตรงไหนบ้าง เผื่อจำเป็นต้องหยิบมาใช้จริงๆ
จัดการรายจ่ายอย่างสร้างสรรค์
อีกทางหนึ่งที่ทำให้ Runway ยาวขึ้นคือการ "ลดรายจ่าย เมื่อขาดรายได้"
นี่เป็นการปรับตัวชั่วคราว เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ ไม่ใช่การกดดันตัวเองให้ลำบากตลอดไป
ผมแนะนำให้แบ่งรายจ่ายออกเป็น 3 กลุ่มตามความยากง่ายในการลดครับ
ไม่กระทบมาก
ไม่ยากเกินไป
ถ้าจำเป็นก็ลดได้
1. กลุ่มที่ตัดได้ทันที เช่น การหยุดออมเงินเพื่อเป้าหมายต่างๆ ชั่วคราว เพราะเดี๋ยวมีรายได้ใหม่กลับมาก็ค่อยมาออมต่อได้ ไม่เสียหายมากนัก
2. กลุ่มที่ลดได้ไม่ยากเกินไป กลุ่มนี้ต้องเริ่มคิดสร้างสรรค์แล้วว่าเราจะลดอะไร ที่ไม่ทำให้ชีวิตลำบากเกินไป เช่น
- ลด Package มือถือ/อินเทอร์เน็ต ชั่วคราว — ปรับแพ็กเกจให้พอดีกับการใช้งานจริงในช่วงนี้ แล้วค่อยปรับกลับเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น หรือบางท่านอาจค้นพบก็ได้ว่าจริงๆ ไม่ต้องใช้แพ็คใหญ่ขนาดนี้ตั้งแต่แรก
- ยกเลิก Subscription ที่ไม่จำเป็นในช่วงนี้ — ไม่ต้องยกเลิกถาวร แค่พักไว้ชั่วคราวในช่วงที่ต้องประหยัด หรือเดิมหากจ่ายเองคนเดียวก็อาจเปลี่ยนไปหารค่าใช้จ่ายกับคนอื่น
- ลดค่าเดินทาง เช่น ค่าทางด่วน — แล้วปรับเวลาออกเดินทางให้เร็วขึ้น สำหรับบางคนต้องขึ้นทางด่วนหลายต่อ ปรับแค่ส่วนนี้ก็ลดได้เดือนละเป็นพันๆ บาท
3. กลุ่มที่ลดยาก แต่ถ้าจำเป็นก็ลดได้ กลุ่มนี้มักต้องอาศัยการเจรจา หรือการขออนุมัติจากผู้อื่น ซึ่งอาจจะทำไม่สำเร็จทุกกรณี แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องลองดูก่อนครับ เช่น
- เจรจาขอลดค่างวดบ้าน — ทำได้โดยการติดต่อเข้าไปที่ธนาคารโดยตรง ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ผิดนัดชำระ
- ลดเงินที่ส่งให้กับพ่อแม่ หรือคนในครอบครัว — บางครั้งพ่อแม่อาจมีเงินเพียงพออยู่แล้ว การพูดคุยกันด้วยความเข้าใจ อาจช่วยหนักเป็นเบาได้ พอผ่านพ้นปัญหาก็ค่อยกลับมาส่งให้ใหม่
ใช้มูลค่าขยายเวลา หรือเงินสำเร็จของกรมธรรม์ — แทนที่จะจ่ายเบี้ยประกันเต็มจำนวนในช่วงที่ขาดรายได้ กรมธรรม์บางแบบมีสิทธิ์ให้ใช้มูลค่าในกรมธรรม์มาช่วยขยายความคุ้มครองต่อได้ชั่วคราว
จะเห็นว่าวิธีเหล่านี้ไม่ใช่การอดทนอดกลั้นแบบสุดโต่ง แต่คือการคิดอย่างสร้างสรรค์ว่ามีช่องทางไหนบ้างที่ปรับได้โดยไม่ต้องเสียสละคุณภาพชีวิตทั้งหมด
ตัวอย่าง : ขยายรันเวย์ 3 เท่าตัว
ลองดูตัวอย่างนี้ครับ เป็นการเปรียบเทียบก่อนและหลังการจัดการทั้งสองด้าน (ทรัพยากรและรายจ่าย) ของคนคนเดียวกัน
| สถานการณ์ | ทรัพยากรที่มี | รายจ่าย/เดือน | Runway |
|---|---|---|---|
| ก่อนจัดการ | 300,000 บาท | 65,000 บาท | 4.6 เดือน |
| หลังจัดการ | 630,000 บาท | 49,500 บาท | 12.7 เดือน |
* สถานการณ์จริงของแต่ละคนต่างกัน ข้อมูลในตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อความเข้าใจ
ความต่างระหว่างสอง Scenario นี้ ไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากสองขั้นตอนที่เพิ่งอธิบายไป
- "เงินที่มี" เพิ่มขึ้นจากการรวบรวมทรัพยากรให้ครบทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่เงินสดในบัญชี
- "รายจ่าย" ลดลงจากการจัดการอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์
ผลลัพธ์คือ Runway ที่ยาวขึ้นเกือบ 3 เท่าจากจุดเริ่มต้นเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้วางแผนจัดการชีวิตได้อย่างมีสติมากขึ้น ดังคำกล่าวว่า
การชวนคำนวณ Runway เอาไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่การขู่ให้กลัว หรือทำเพื่อให้เกิดเป็นลางร้ายกับชีวิตนะครับ
แต่มันคือการเตรียมพร้อมเพื่อความอุ่นใจ เป้าหมายขั้นต่ำที่แนะนำคือ Runway อย่างน้อย 6-12 เดือน
ยิ่งยาวเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีเวลาตัดสินใจเรื่องสำคัญ เช่น เส้นทางอาชีพใหม่ ได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น โดยไม่ถูกบีบด้วยความจำเป็นทางการเงิน
และถ้าท่านผู้อ่านต้องการความช่วยเหลือ พวกเรานักวางแผนการเงินทีม Avenger Planner ยินดีที่จะช่วยคำนวณและวางแผนให้ Runway ของทุกท่าน มีความพร้อมและแข็งแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ
เปลี่ยนความรู้การเงิน เป็นความสำเร็จที่จับต้องได้
ให้พวกเราเป็นนักวางแผนการเงินประจำตัว
ช่วยวิเคราะห์และแนะนำคุณอย่างรอบด้าน เพื่อทุกการตัดสินใจที่ถูกต้อง




