
คู่มือยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) – สำหรับผู้มีคู่สมรส
03/08/2026
ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ : 6 สิงหาคม 2569
เมื่อจะเริ่มวางแผนเกษียณ ทุกคนต่างก็รู้ว่า ต้องเริ่มจากการคิด "ทุนเกษียณ" ก่อน ว่าต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ถึงจะเกษียณได้
แต่สิ่งที่บทความนี้จะชวนไปเจาะลึกคือ ทุนเกษียณที่คำนวณไว้นั้น ครบถ้วนจริงหรือเปล่า ? เพราะถ้าลืมบางอย่าง อาจเตรียมเงินขาดไปเป็นล้านได้เลยครับ
สิ่งที่มักถูกคิดครบ กับสิ่งที่มักถูกลืม
หลายคนคำนวณทุนเกษียณจาก "ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน" ที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน เช่น ค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภค ซึ่งมักจะประเมินได้ไม่ยาก เพราะเห็นตัวเลขอยู่ทุกเดือนอยู่แล้ว
แต่มีค่าใช้จ่ายอีกก้อนหนึ่งที่มักถูกมองข้าม นั่นคือ "ค่าใช้จ่ายพิเศษ" ซึ่งก็เป็นส่วนสำคัญของทุนเกษียณเช่นกัน
ทำไมค่าใช้จ่ายพิเศษถึงถูกลืมได้ง่าย
ค่าใช้จ่ายพิเศษหลายรายการ ไม่ได้จ่ายเป็นประจำ บางอย่างก็ยังไม่ได้เกิดขึ้นในวันนี้ด้วยซ้ำ จึงไม่อยู่ในสายตาเวลาคำนวณค่าใช้จ่ายเพื่อวางแผนเกษียณ
เมื่อไม่เห็นตัวเลขที่จับต้องได้ในทุกเดือน สมองก็มักไม่หยิบมันขึ้นมาคิดรวมกับทุนเกษียณ ทั้งที่ในความเป็นจริง ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ มักจะเกิดขึ้นแน่นอนในช่วงหลังเกษียณอายุ
ผลกระทบเมื่อลืมประเมินค่าใช้จ่ายพิเศษ
ผลกระทบแรกคือเรื่องตัวเงินโดยตรง เมื่อทุนที่เตรียมไว้ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายพิเศษ พอถึงเวลาที่ต้องใช้จริง เช่น ต้องซ่อมบ้าน หรือ จ่ายเบี้ยประกันก้อนใหญ่ เงินส่วนนั้นอาจไม่พอ จนต้องไปดึงเอาเงินจากส่วนค่าใช้จ่ายพื้นฐานมาใช้แทน ทำให้เงินลดลงเร็วขึ้น
ผลกระทบที่สองคือเรื่องจิตใจ ซึ่งอาจร้ายแรงกว่าที่คิด เพราะเมื่อรู้สึกว่าเงินอาจไม่พอ หลายคนจะเริ่มไม่กล้าใช้เงินแม้ในส่วนที่จำเป็น ด้วยความกลัวว่าเงินจะหมดก่อนเวลาอันควร กลายเป็นความกังวลที่ติดตัวไปตลอดช่วงเกษียณ
ค่าใช้จ่ายพิเศษ มีอะไรบ้าง และประเมินอย่างไร
ลองมาดูตัวอย่างของมนุษย์เงินเดือนในกรุงเทพฯ อายุ 40 ปี วางแผนเกษียณตอนอายุ 60 ปี (อีก 20 ปีข้างหน้า) และคาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณไปอีกประมาณ 25 ปี เพื่อให้เห็นภาพว่าค่าใช้จ่ายพิเศษแต่ละกลุ่มมีน้ำหนักแค่ไหนกันนะครับ
ค่าใช้จ่ายกลุ่มนี้อาจแบ่งได้เป็น 3 ส่วนย่อย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน
วิธีประเมินคือติดต่อตัวแทนหรือบริษัทประกันที่ทำไว้ เพื่อขอข้อมูลเบี้ยจริงในแต่ละช่วงอายุ ไม่ควรเดาเอง เพราะเบี้ยมักเพิ่มขึ้นตามอายุอย่างมีนัยสำคัญ เบี้ยหลักหมื่นต่อปีวันนี้ อาจกลายเป็นหลักแสนในช่วงหลังเกษียณได้เลย โดยสำหรับประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายที่มีวงเงินค่ารักษาประมาณ 5 ล้านบาทนั้น เบี้ยรวมหลังเกษียณอาจมากถึง 2-4 ล้านบาท (ขึ้นอยู่กับแบบประกันและสัญญาเพิ่มเติมอื่นๆ)
จะต้องวางแผนการใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลของรัฐให้ดี และเผื่อค่ารักษาพยาบาลที่จะจ่ายเองทั้งหมด กรณีที่เลือกเข้า รพ. เอกชน จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ อัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลนั้นสูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปมาก ค่าใช้จ่ายที่เห็นในวันนี้อาจเติบโตขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อถึงวันที่ต้องใช้จริง
ประกันสุขภาพส่วนใหญ่ไม่ครอบคลุมทุกอย่าง โดยเฉพาะกรณีรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) และค่าใช้จ่ายเชิงป้องกัน เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี วิตามินและอาหารเสริม หรือกิจกรรมเพื่อสุขภาพ (Wellness) ต่างๆ
ลองดูตัวอย่างนี้ครับ หากต้องเข้ารักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) ประมาณ 1 สัปดาห์ ด้วยอาการที่ไม่รุนแรงมาก สมมติ ค่าใช้จ่าย ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท โดยมีเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยที่ราว 7% ต่อปี (สูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปที่มักอยู่ราว 3%) เมื่อคำนวณไปข้างหน้าอีก 20 ปี ค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาเดียวกันนี้เพียงครั้งเดียว อาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 770,000 บาท หรือเกือบ 4 เท่าของวันนี้ เลยนะครับ
และที่สำคัญกว่านั้น ถ้าไม่ได้ทำประกันสุขภาพไว้เลย แล้วต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง เงินก้อนนี้เตรียมไว้จะร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เกิดเหตุต้องรักษาตัว ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่จ่ายครั้งเดียวจบ แต่เป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดซ้ำได้หลายครั้งตลอดช่วงเกษียณ ยิ่งอายุมากขึ้น โอกาสเกิดก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
งบสำหรับการพักผ่อน ท่องเที่ยว หรือกิจกรรมที่อยากทำหลังเกษียณ ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ที่แต่ละคนตั้งใจไว้ เช่น เที่ยวในประเทศเป็นหลัก หรือมีทริปต่างประเทศแทรกบางปี
ตัวอย่างเช่น หากตั้งงบไว้ปีละ 100,000 บาท ตลอดช่วงเกษียณ 25 ปี ก็คือเงินอีกราว 2,500,000 บาทที่ต้องเตรียมไว้สำหรับส่วนนี้โดยเฉพาะ ยังไม่นับว่ามีเงินเฟ้อมาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ
ค่าซ่อมแซมหรือปรับปรุงบ้านที่วันนี้อาจยังไม่ต้องใช้ แต่เมื่อบ้านทรุดโทรมลง ในอีก 20-30 ปี ข้างหน้า อาจจำเป็นต้องซ่อมหรือปรับปรุงใหม่แบบที่เลี่ยงไม่ได้ รวมถึงรถยนต์ก็เช่นกัน รถคันเดิมอาจไม่สามารถใช้ได้ตลอดไป การซื้อรถใหม่ทดแทนคันเดิมอาจเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้งตลอดช่วงเกษียณ
ตัวอย่างเช่น ค่าซ่อม/ปรับปรุงบ้าน อาจมากถึง 300,000 บาท (ขึ้นกับสภาพบ้าน) และ ค่าเปลี่ยนรถใหม่ครั้งละตั้งแต่ 5-600,000 บาทขึ้นไป ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้มากกว่าหนึ่งครั้งตลอดช่วงหลังเกษียณอายุ ไม่ใช่เงินน้อยๆ เลยนะครับ
สำหรับบางคน แม้จะเกษียณแล้ว ภาระทางการเงินก็อาจยังไม่จบตามไปด้วย เช่น หนี้สินที่ยังผ่อนไม่หมด ภาระเลี้ยงดูลูก/หลาน ที่ยังเรียนอยู่ ค่าใช้จ่ายในการดูแลพ่อแม่ หรือคนในครอบครัวคนอื่นๆ ที่ก็อาจยังพึ่งพิงเราอยู่ ภาระกลุ่มนี้มักถูกมองแยกจาก "ค่าใช้จ่ายเกษียณของตัวเอง" ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นเงินที่ต้องเตรียมไว้เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น หนี้บ้านคงค้างที่อาจเหลือผ่อนต่ออีกราว 400,000 บาท หรือ เงินดูแลพ่อแม่เดือนละ 10,000 บาท ต่อเนื่องราว 5-10 ปีแรกหลังเกษียณ ก็รวมเป็นเงินอีกกว่าล้านบาทที่ต้องเตรียมไว้เช่นกัน
ค่าใช้จ่ายพิเศษทั้งสี่กลุ่มนี้ อาจไม่ได้เกิดขึ้นทุกปี และบางคนก็อาจไม่ได้มีค่าใช้จ่ายครบทั้ง 4 กลุ่ม แต่ก็ควรถูกประเมินไว้ล่วงหน้าเท่าที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของแต่ละคน เพื่อให้ทุนเกษียณที่เตรียมไว้ครอบคลุมจริง
ทุนเกษียณที่ครบถ้วน ไม่ใช่แค่การคำนวณค่าใช้จ่ายที่เห็นอยู่เป็นประจำทุกๆ เดือน แต่ต้องรวมค่าใช้จ่ายพิเศษที่มองไม่เห็นในวันนี้ไว้ด้วย เพื่อให้ทั้ง "เงิน" และ "ใจ" พร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณอย่างแท้จริง
ซึ่งการจะวางแผนให้รัดกุมนั้น จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ในการวางแผนที่มากเพียงพอด้วย ซึ่งพวกเรานักวางแผนการเงินทีม Avenger Planner ยินดีที่จะช่วยทุกๆ ท่านให้สามารถวางแผนเรื่องนี้ และเรื่องการเงินอื่นๆ ได้อย่างรัดกุมนะครับ
สามารถศึกษารายละเอียดบริการของพวกเราที่ Link ท้ายบทความ และเรียกใช้บริการพวกเราได้เลยครับ
เปลี่ยนความรู้การเงิน เป็นความสำเร็จที่จับต้องได้
ให้พวกเราเป็นนักวางแผนการเงินประจำตัว
ช่วยวิเคราะห์และแนะนำคุณอย่างรอบด้าน เพื่อทุกการตัดสินใจที่ถูกต้อง




